วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

Computer




ข้อสอบ
ลิขสิทธิ์ซอฟแวร์ หรือ กฎหมายคอมพิวเตอร์
*จำเป็น

ระบบปฏิบัติการ LINUX เป็นระบบแบบใด *

ก.ระบบผู้ใช้คนเดียว
ข.ระบบ WINDOWS ที่ MICROSOFT เขียนขึ้นมาแก้ไขข้อผิดพลาดของตน
ค.ระบบปฏิบัติการแบบหลายผู้ใช้ เข้าใช้เครื่องพร้อมกัน ผ่านระบบเครือข่าย
ง.ระบบปฏิบัติการสำหรับธุรกิจโดยเฉพาะ เช่น ร้านค้า ร้าน VDO เป็นต้น

พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มีกี่มาตรา *

ก.40 มาตรา
ข.30 มาตรา
ค.20 มาตรา
ง.10 มาตรา

รุ่นของ ไมโครโปรเซสเซอร์(Microprocessor) รุ่นใดใหม่ที่สุด *

ก.8088
ข.Pentium
ค.80486
ง.SuperMario

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 คือใคร *

ก.รองนายกรัฐมนตรี
ข.รัฐมนตรี
ค.ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
ง.นายกรัฐมนตรี

คำสั่ง FORMAT เป็นคำสั่งภายนอกของ DOS มีหน้าที่ใด *

ก.จัดโครงสร้างของ DISK ใหม่
ข.ทำความสะอาด DISK DRIVE
ค.จัดรูปแบบของ CD-ROM ใหม่
ง.ลบแฟ้มบางแฟ้มที่ไม่ต้องการออกจาก DISK

ผู้ให้บริการ จะต้องปฎิบัติตามมาตรา 26 คือจะต้องเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิเตอร์ไว้ไม่น้อยกว่ากี่วันเพื่อการตรวจสอบผู้ให้บริการ มิเช่นนั้นจะต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท *

ก.30 วัน
ข.120 วัน
ค.90 วัน
ง.60 วัน

ซอฟเเวร์มีกี่ประเภท *

ก.1
ข.2
ค.3
ง.4

DOS ย่อมาจากอะไร *

ก.Door Of System
ข.Disk of System
ค.Direct - Opening Systematic
ง.Disk Operating System

พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันใด

ก.18 มิถุนายน 2550
ข.19 มิถุนายน 2550
ค.16 มิถุนายน 2550
ง.17 มิถุนายน 2550

ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่นโดยปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งข้อมูลดังกล่าว อันเป็นการรบกวนการใช้ระบบคอมพิเวอตร์ของบุคคลอื่นโดยปกติสุข มีความผิดตามข้อใด *

ก.จำคุกไม่เกิน 3 เดือน
ข.ปรับไม่เกิน 10,0000 บาท
ค.ปรับไม่เกิน 30,0000 บาท
ง.จำคุกไม่เกิน 6 เดือน

Health

โครงงานสุขศึกษา
เรื่อง  การทำน้ำยาซักผ้าจากมะกรูด

 
บทคัดย่อ


ที่มาและความสำคัญ
            เนื่องจากในหมู่บ้านของเรามีมะกรูดที่เน่าเสียมากเพราะต้นมะกรูดออกผลมากและจากการสังเกตการณ์ทำอาหารในครัวเรือน  ส่วนใหญ่จะใช้มะนาวในการทำอาหาร  เราจึงนำมะกรูดมาทำการทดลองเผื่อในอนาคตเราอาจมีน้ำยาซักผ้าวางขาบในท้องตลอดทั่วไป

วัตถุประสงค์
   1.เพื่อหาค่า PH ของน้ำยาซักผ้าจากน้ำมะกรูด
   2.เพื่อหาว่าน้ำยาซักผ้าจากมะกรูดมีความเป็นกรด หรือเบส
ประโยชน์ที่คาดว่าจะไดรับ
      1.เราสามารถรู้คุณสมบัติของมะกรูดว่ามีความสามารถขจัดสิ่งสกปรกในเนื้อผ้าเทียบเท่ากับผงซักผ้าในท้องตลาด
      2.ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมและไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ
      3.ตระหนักถึงคุณค่าของพืชผักสวนครัวว่าเราสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง
ขอบเขตการศึกษา
       ณ บ้านเลขที่ 553 ม.12   ต.บุ่ง  อ.เมือง  จ.อำนาจเจริญ   37000
สมมุติฐาน
               การทำโครงงานเรื่อง การทำน้ำยาซักผ้าจากมะกรูด เพื่อทราบว่ามะกรูดมีค่าPHเท่าไรและความเป็นกรดเบสเท่าใด และสามารถนำมาทำน้ำยาซักผ้าได้ประสิทธิภาพเทียบเท่าผงซักผ้าทั่วไป



เอกสารประกอบ
    
     เนื่องจากมะกรูดเป็นผักสวนครัวที่หาได้ง่าย และที่สำคัญเป็นผักที่เหลือใช้ในครัวเรือน  และมีประโยชน์หลายด้าน  เพราะมะกรูดมีความเปรี้ยวคนสมัยก่อนใช้มะกรูดมาถูมือที่ติดสารเคมีบางชนิด  เราจึงคิดที่จะนำมะกรูดมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด เราจึงนำมะกรูดมาทำน้ำยาซักผ้า



 วิธีดำเนินการโครงงาน


อุปกรณ์และวัตถุดิบ
1.  N 70 (สารทำให้เกิดฟอง)                               1   ก.ก
2.  น้ำมะกรูดต้ม                                             3   ก.ก
3.  น้ำด่าง                                                      5   ก.ก
4.  เกลือ                                                       1   ก.ก
5.  น้ำสะอาด                                                   3  ก.ก
6.  ถังก้นเรียบ                                                  1  ก.ก
7.  ไม้พายุ                                                       1   ก.ก
8.  หัวเชื้อน้ำหอมแพนทีน                                    10   ก.ก

ขั้นตอนและวิธีการดำเนินการ
1.  เตรียมน้ำด่างโดยใช้ขี้เถ้า  2  ก.ก  ละลายน้ำ  5  ก.ก  คนให้เข้ากันทิ้งไว้  3-5  วัน
     จะได้น้ำด่างใสๆนำไปใช้ได้
2.  เตรียมน้ำเกลือ โดยนำเกลือ  1  ก.ก  ละลายน้ำสะอาด 3 ก.ก. ก็จะได้น้ำเกลือ
3.  น้ำ  N 70 1 ก.ก เทใส่ถังกวนให้ N 70 เป็นครีมขาวโดยกวนไปทางเดียวกันเมื่อ
     เป็นครีมขาวอ่อนๆเทน้ำเกลือลงจำนวน  1  ก.ก  จนเป็นเนื้อเดียวกัน  และเทน้ำเกลือ         
     ส่วนที่เหลือจนเป็นเนื้อเดียวกัน
4.  เทน้ำด่าง  น้ำมะกรูด  ลงในถัง  N 70 ที่เตรียมไว้แล้วกวนต่อไปจนเป็นเนื้อเดียวกัน
5.  ใส่หัวเชื้อน้ำหอม ลงไปแล้วคนให้เข้ากัน
6.  ทิ้งไว้ให้ฟองยุบ  แล้วนำไปใช้ได้เลย



ขั้นตอนการทดลอง

นำถุงเท้าไปแช่โคลนให้มีความสกปรกเท่ากัน
กะละมังที่ 1 ผงซักฟอกบรีส                      กะละมังที่ 2 น้ำยาซักผ้า
เติมน้ำสะอาด  500  ML                            เติมน้ำสะอาด 500 ML     
ผงซักผ้า   30   ML               น้ำยาซักผ้า 30 ML
ถุงเท้ามีความสกปรกเท่ากัน                        ถุงเท้ามีความสกปรกเท่ากัน
           
สรุปผลการทดลอง
  
   จากการที่เราทำการทดลอง พบว่า น้ำยาซักผ้ามีความเป็นกรดอ่อนๆ  มีค่า PHประมาณ 8  แล้วทำการทดลองซักผ้า กับถุงเท้านักเรียน โดยถุงเท้านักเรียนซึ่งมีความสกปรกเท่าๆกัน เติมน้ำเท่ากัน และปริมาณน้ำยาเท่ากัน แล้วทำการขยี้ด้วยแรงที่เท่ากันเป็นเวลา 2 นาที ผลออกมาถุงเท้าที่ซักด้วยน้ำยาซักผ้าจากมะกรูดมีความสะอาดกว่าผงซักฟอก แต่ผงซักฟอกทำให้ผ้ามีความนุ่มกว่าน้ำยาซักผ้าจากมะกรูดเล็กน้อย ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าน้ำยาซักผ้าจากมะกรูดมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับผงซักฟอกทั่วไปในท้องตลาด




รูปภาพประกอบโครงงาน











โครงงานเรื่อง น้ำยาซักผ้าจากมะกรูด นี้จัดทำขึ้นเพื่อต้องการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับความเป็นกรดของน้ำมะกรูด ที่สามารถชำระล้างสิ่งสกปรกได้ดีพอๆ กับน้ำยาซักผ้าที่มีสารเคมีหรือไม่ ต้นทุนต่ำและไม่มีสารตกค้าง เพราะใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ อย่างน้ำมะกรูด น้ำด่าง น้ำเกลือ และหัวเชื้อน้ำยา โดยมีขั้นตอนการศึกษาค้นคว้า โดยนำหัวเชื้อลงไปกวนในถังโดยใช้ไม้กวนไปทางเดิม ห้ามกวนสวนทาง และใส่น้ำมะกรูด น้ำด่าง น้ำเกลือ ลงไปทีละนิดสลับกัน จนหมดกวนซักพักทิ้งไว้ และเมื่อนำไปล้างจานจะเกิดผลอย่างไร ผลปรากฏว่า เมื่อนำไปล้างจานจะสะอาดพอๆกับน้ำยาล้างจานที่มีสารเคมี มีต้นทุนที่ต่ำกว่า สามารถทำใช้เองได้ภายในบ้าน ทำให้ประหยัดค่าใช่จ่ายภายในบ้านด้วยโดย

วันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

Home

    ประวัติวันแม่ 12 สิงหาคม วันแม่แห่งชาติ





 ประวัติวันแม่

         
แต่เดิมนั้น วันแม่ของชาติได้กำหนดเอาไว้วันที่ 15 เมษายนของทุก ๆ ปี ทั้งนี้เป็นไปตามมติของคณะรัฐมนตรีประกาศรับรอง เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2493 ซึ่งได้พิจารณาเห็นว่าการจัดงานวันแม่ของสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติผู้รับมอบหมายให้จัดงาน วันแม่ มาตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน พ.ศ.2493 เป็นครั้งแรกเป็นต้นมานั้นได้รับความสำเร็จด้วยดี ด้วยประชาชนให้การสนับสนุน จนสามารถขยายขอบข่ายของงานให้กว้างขวางออกไป 

          มีการจัดพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา การประกวดคำขวัญวันแม่ การประกวดแม่ของชาติ เพื่อให้เกียรติและตระหนักในความ สำคัญของแม่ และเพื่อเพิ่มความสำคัญของวันแม่ให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ด้วยเหตุนี้งานวันแม่จึงเป็นวันแม่ประจำปีของชาติตามประกาศของรัฐบาลฯพณฯ จอมพล ป.พิบูลสงคราม แต่โดยทั่วไปเรียกกันว่าวัน แม่ของชาติ 

          ต่อมาถึง พ.ศ.2519 ทางราชการได้เปลี่ยนใหม่ให้ถือเอาวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ คือ วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ เริ่มในปี พ.ศ.2519 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน
 กิจกรรมต่าง ๆ ที่ควรปฏิบัติในวันแม่แห่งชาติ

         
1. ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือน

          2. จัดกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับวันแม่ เช่น การจัดนิทรรศการ  

          3. จัดกิจกรรมเกี่ยวกับการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ทำบุญใส่บาตรอุทิศส่วนกุศล เพื่อรำลึกถึงพระคุณของแม่

          4. นำพวงมาลัยดอกมะลิไปกราบขอพรจากแม่
 การจัดงานวันแม่แห่งชาติในประเทศไทย
          งานวันแม่จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2486 ณ.สวนอัมพร โดยกระทรวงสาธารณสุข แต่ช่วงนั้นเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 งานวันแม่ในปีต่อมาจึงต้องงดไป เมื่อวิกฤติสงครามสงบลง หลายหน่วยงานได้พยายามให้มีวันแม่ขึ้นมาอีก แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร และมีการเปลี่ยนกำหนดวันแม่ไปหลายครั้ง ต่อมาวันแม่ที่รัฐบาลรับรอง คือวันที่ 15 เมษายน โดยเริ่มจัดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 แต่ก็ต้องหยุดลงอีกในหลายปีต่อมา เนื่องจากกระทรวงวัฒนธรรมถูกยุบไป ส่งผลให้สภาวัฒนธรรมแห่งชาติซึ่งรับหน้าที่จัดงานวันแม่ขาดผู้สนับสนุน

          ต่อมาสมาคมครูคาทอลิกแห่งประเทศไทย ได้จัดงานวันแม่ขึ้นอีกครั้ง ในวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2515 แต่จัดได้เพียงปีเดียวเท่านั้น จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2519 คณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้กำหนดวันแม่ขึ้นใหม่ให้เป็นวันที่แน่นอน โดยถือเอาวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคมเป็นวันแม่แห่งชาติ

                                                           

                                                             วีดีโอกลุ่ม



วันสงกรานต์

     
         ตามหลักแล้วเทศกาลสงกรานต์ถูกกำหนดตามการคำนวณโดยหลักเกณฑ์ในคัมภีร์สุริยยาตร์ โดยวันแรกของเทศกาลซึ่งเป็นวันที่พระอาทิตย์ยกเข้าสู่ราศีเมษ (ย้ายจากราศีมีนไปราศีเมษ) เรียกว่า "วันมหาสงกรานต์" วันถัดมาเรียกว่า "วันเนา" และวันสุดท้ายซึ่งเป็นวันเปลี่ยนจุลศักราชและเริ่มใช้กาลโยคประจำปีใหม่ เรียกว่า "วันเถลิงศก" จากหลักการข้างต้นนี้ ทำให้ปัจจุบันเทศกาลสงกรานต์มักตรงกับวันที่ 14-16 เมษายน (ยกเว้นบางปี เช่น พ.ศ. 2551 และ พ.ศ. 2555 ที่สงกรานต์กลับมาตรงกับวันที่ 13-15 เมษายน) อย่างไรก็ตาม ปฏิทินไทยในขณะนี้กำหนดให้เทศกาลสงกรานต์ตรงกับวันที่ 13-15 เมษายน ของทุกปี และเป็นวันหยุดราชการ
        สงกรานต์ เป็นประเพณีเก่าแก่ของไทยซึ่งสืบทอดมาแต่โบราณคู่มากับประเพณีตรุษ จึงมีการเรียกรวมกันว่า ประเพณีตรุษสงกรานต์ หมายถึงประเพณีส่งท้ายปีเก่า และต้อนรับปีใหม่ คำว่าตรุษเป็นภาษาทมิฬ แปลว่าการสิ้นปี
       พิธีสงกรานต์ เป็นพิธีกรรมที่เกิดขึ้นในสมาชิกในครอบครัว หรือชุมชนบ้านใกล้เรือนเคียง แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนไปสู่สังคมในวงกว้าง และมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนทัศนคติ และความเชื่อไป ในความเชื่อดั้งเดิมใช้สัญลักษณ์เป็นองค์ประกอบหลักในพิธี ได้แก่ การใช้น้ำเป็นตัวแทน แก้กันกับความหมายของฤดูร้อน ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ ใช้น้ำรดให้แก่กันเพื่อความชุ่มชื่น มีการขอพรจากผู้ใหญ่ การรำลึกและกตัญญูต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับ ในชีวิตสมัยใหม่ของสังคมไทยเกิดประเพณีกลับบ้านในเทศกาลสงกรานต์ นับวันสงกรานต์เป็นวันครอบครัว ในพิธีเดิมมีการสรงน้ำพระที่นำสิริมงคล เพื่อให้เป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่มีความสุข 

        ปัจจุบันมีพัฒนาการและมีแนวโน้มว่าได้มีการเสริมจนคลาดเคลื่อนบิดเบือนไป เกิดการประชาสัมพันธ์ในเชิงการท่องเที่ยวว่าเป็น "Water Festival" เป็นภาพของการใช้น้ำเพื่อแสดงความหมายเพียงประเพณีการเล่นน้ำ
        การที่สังคมเปลี่ยนไป มีการเคลื่อนย้ายที่อยู่เข้าสู่เมืองใหญ่ และถือวันสงกรานต์เป็นวัน "กลับบ้าน" ทำให้การจราจรคับคั่งในช่วงวันก่อนสงกรานต์ วันแรกของเทศกาล และวันสุดท้ายของเทศกาล เกิดอุบัติเหตุทางถนนสูง นับเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงหลายด้านของสังคม นอกจากนี้ เทศกาลสงกรานต์ยังถูกใช้ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งต่อคนไทย และต่อนักท่องเที่ยวต่างประเทศ


 
อ้างอิง   http://hilight.kapook.com/view/21047

วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2554


แนะนำตัวเอง

ด.ญ.อริสา ขันธหัด ชั้นม.3/2 เลขที่ 48

วันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ประวัติวันแม่ 12 สิงหาคม วันแม่แห่งชาติ





 ประวัติวันแม่

         
แต่เดิมนั้น วันแม่ของชาติได้กำหนดเอาไว้วันที่ 15 เมษายนของทุก ๆ ปี ทั้งนี้เป็นไปตามมติของคณะรัฐมนตรีประกาศรับรอง เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2493 ซึ่งได้พิจารณาเห็นว่าการจัดงานวันแม่ของสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติผู้รับมอบหมายให้จัดงาน วันแม่ มาตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน พ.ศ.2493 เป็นครั้งแรกเป็นต้นมานั้นได้รับความสำเร็จด้วยดี ด้วยประชาชนให้การสนับสนุน จนสามารถขยายขอบข่ายของงานให้กว้างขวางออกไป 

          มีการจัดพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา การประกวดคำขวัญวันแม่ การประกวดแม่ของชาติ เพื่อให้เกียรติและตระหนักในความ สำคัญของแม่ และเพื่อเพิ่มความสำคัญของวันแม่ให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ด้วยเหตุนี้งานวันแม่จึงเป็นวันแม่ประจำปีของชาติตามประกาศของรัฐบาลฯพณฯ จอมพล ป.พิบูลสงคราม แต่โดยทั่วไปเรียกกันว่าวัน แม่ของชาติ 

          ต่อมาถึง พ.ศ.2519 ทางราชการได้เปลี่ยนใหม่ให้ถือเอาวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ คือ วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ เริ่มในปี พ.ศ.2519 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน
 กิจกรรมต่าง ๆ ที่ควรปฏิบัติในวันแม่แห่งชาติ

         
1. ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือน

          2. จัดกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับวันแม่ เช่น การจัดนิทรรศการ  

          3. จัดกิจกรรมเกี่ยวกับการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ทำบุญใส่บาตรอุทิศส่วนกุศล เพื่อรำลึกถึงพระคุณของแม่

          4. นำพวงมาลัยดอกมะลิไปกราบขอพรจากแม่
 การจัดงานวันแม่แห่งชาติในประเทศไทย
 
          งานวันแม่จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2486 ณ.สวนอัมพร โดยกระทรวงสาธารณสุข แต่ช่วงนั้นเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 งานวันแม่ในปีต่อมาจึงต้องงดไป เมื่อวิกฤติสงครามสงบลง หลายหน่วยงานได้พยายามให้มีวันแม่ขึ้นมาอีก แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร และมีการเปลี่ยนกำหนดวันแม่ไปหลายครั้ง ต่อมาวันแม่ที่รัฐบาลรับรอง คือวันที่ 15 เมษายน โดยเริ่มจัดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 แต่ก็ต้องหยุดลงอีกในหลายปีต่อมา เนื่องจากกระทรวงวัฒนธรรมถูกยุบไป ส่งผลให้สภาวัฒนธรรมแห่งชาติซึ่งรับหน้าที่จัดงานวันแม่ขาดผู้สนับสนุน

          ต่อมาสมาคมครูคาทอลิกแห่งประเทศไทย ได้จัดงานวันแม่ขึ้นอีกครั้ง ในวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2515 แต่จัดได้เพียงปีเดียวเท่านั้น จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2519 คณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้กำหนดวันแม่ขึ้นใหม่ให้เป็นวันที่แน่นอน โดยถือเอาวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคมเป็นวันแม่แห่งชาติ

มาร์ชโรงเรียนอำนาจเจริญ 3/2 ปี 54

วันสงกรานต์

       
         ตามหลักแล้วเทศกาลสงกรานต์ถูกกำหนดตามการคำนวณโดยหลักเกณฑ์ในคัมภีร์สุริยยาตร์ โดยวันแรกของเทศกาลซึ่งเป็นวันที่พระอาทิตย์ยกเข้าสู่ราศีเมษ (ย้ายจากราศีมีนไปราศีเมษ) เรียกว่า "วันมหาสงกรานต์" วันถัดมาเรียกว่า "วันเนา" และวันสุดท้ายซึ่งเป็นวันเปลี่ยนจุลศักราชและเริ่มใช้กาลโยคประจำปีใหม่ เรียกว่า "วันเถลิงศก" จากหลักการข้างต้นนี้ ทำให้ปัจจุบันเทศกาลสงกรานต์มักตรงกับวันที่ 14-16 เมษายน (ยกเว้นบางปี เช่น พ.ศ. 2551 และ พ.ศ. 2555 ที่สงกรานต์กลับมาตรงกับวันที่ 13-15 เมษายน) อย่างไรก็ตาม ปฏิทินไทยในขณะนี้กำหนดให้เทศกาลสงกรานต์ตรงกับวันที่ 13-15 เมษายน ของทุกปี และเป็นวันหยุดราชการ
        สงกรานต์ เป็นประเพณีเก่าแก่ของไทยซึ่งสืบทอดมาแต่โบราณคู่มากับประเพณีตรุษ จึงมีการเรียกรวมกันว่า ประเพณีตรุษสงกรานต์ หมายถึงประเพณีส่งท้ายปีเก่า และต้อนรับปีใหม่ คำว่าตรุษเป็นภาษาทมิฬ แปลว่าการสิ้นปี
       พิธีสงกรานต์ เป็นพิธีกรรมที่เกิดขึ้นในสมาชิกในครอบครัว หรือชุมชนบ้านใกล้เรือนเคียง แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนไปสู่สังคมในวงกว้าง และมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนทัศนคติ และความเชื่อไป ในความเชื่อดั้งเดิมใช้สัญลักษณ์เป็นองค์ประกอบหลักในพิธี ได้แก่ การใช้น้ำเป็นตัวแทน แก้กันกับความหมายของฤดูร้อน ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ ใช้น้ำรดให้แก่กันเพื่อความชุ่มชื่น มีการขอพรจากผู้ใหญ่ การรำลึกและกตัญญูต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับ ในชีวิตสมัยใหม่ของสังคมไทยเกิดประเพณีกลับบ้านในเทศกาลสงกรานต์ นับวันสงกรานต์เป็นวันครอบครัว ในพิธีเดิมมีการสรงน้ำพระที่นำสิริมงคล เพื่อให้เป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่มีความสุข 

        ปัจจุบันมีพัฒนาการและมีแนวโน้มว่าได้มีการเสริมจนคลาดเคลื่อนบิดเบือนไป เกิดการประชาสัมพันธ์ในเชิงการท่องเที่ยวว่าเป็น "Water Festival" เป็นภาพของการใช้น้ำเพื่อแสดงความหมายเพียงประเพณีการเล่นน้ำ
        การที่สังคมเปลี่ยนไป มีการเคลื่อนย้ายที่อยู่เข้าสู่เมืองใหญ่ และถือวันสงกรานต์เป็นวัน "กลับบ้าน" ทำให้การจราจรคับคั่งในช่วงวันก่อนสงกรานต์ วันแรกของเทศกาล และวันสุดท้ายของเทศกาล เกิดอุบัติเหตุทางถนนสูง นับเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงหลายด้านของสังคม นอกจากนี้ เทศกาลสงกรานต์ยังถูกใช้ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งต่อคนไทย และต่อนักท่องเที่ยวต่างประเทศ


 
อ้างอิง   http://hilight.kapook.com/view/21047